Share this story

ไม่มีโอกาสในขุมนรก! แม็คเกรเกอร์ ในสถานช่วงที่พีคที่สุดจะเอาชนะฟลอยด์ได้หรือไม่?

UFC-icon-Conor-McGregor

โคเนอร์ แม็คเกรเกอร์ กำลังจะเข้าสู่สังเวียนที่ไม่คุ้นเคย แต่เขากำลังอยู่ในช่วงที่พีคที่สุด

นักสู้แห่ง UFC กำลังจะเข้าสู่เกมการแข่งขันไฟลต์ที่ 50 ของเขาเอง และเขาก็พร้อมที่จะทำลายสถิติแพ้เป็นครั้งแรกให้กับฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ ที่สนาม ทีไอโมบาย อารีน่า ในรัฐเนวาด้า ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้

ซึ่งแมคเกรเกอร์ผู้ที่ทำสถิติเก็บชัยชนะได้เป็นกอบเป้นกำในสังเวียน UFC กำลังจะพบกับนักมวยที่ยังไม่เคยแพ้ใคร โดยจะใช้กฎกติกาชกมวยเป็นกติตาหลัก

เมย์เวเธอร์เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ 49-0 เป็นการชนะน็อค 26 ครั้ง และยังสามารถทำให้คู่ต่อสู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องการชกมวยถึงขั้นแพ้มาแล้ว ในขณะที่การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกของแมคเกรเกอร์ในสังเวียนที่เขาไม่เคยขึ้นมาก่อน

นักมวยวัย 40 ปีรายนี้ใช้ทั้งชีวิตอยู่บนสังเวียนต่อสู้ 12 ยก ซึ่งเป็นที่ ๆ เขาได้รับการขนานนามว่าเป็นนักมวยที่ดีที่สุดในโลก ในขณะที่แมคเกรเกอร์คุ้นชินกับการแข่งขันระยะสั้นอย่าง MMA ด้วยการใช้พลังมากกว่าแทคติค และไม่เคยชินกับการต่อสู้ในระยะเวลาที่ยาวนานแบบนี้

แมคเกรเกอร์ยังถูกจำกัดความสามารถด้วยกฎกติกาแบบชกมวย ทำให้เขาไม่สามารถใช้ท่าที่เคยใช้ในการสู้แบบ MMA ได้ อย่างไรก็ตาม การต่อสู้แบบนั้นก็ต้องมีพื้นฐานด้านการชกมวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ในขณะที่กูรูวงการมวยบอกว่า แมคเกรเกอร์เหมือนกับแข่งวิ่งกับยูเซน โบลต์ ในระยะ 100 เมตร แมคเกรเกอร์เป็นนักมวยที่เก่ง โดย 21 เกมที่เขาคว้าชัยชนะได้ 18 เกมเขาสามารถชนะน็อคใส่คู่ต่อสู้ได้มากถึง 18 เกม แม้ว่าจะพบกับนักมวยของแท้ แต่เขาก็มีฝีมือไม่ต่างจากเมย์เวเธอร์มากนัก

อีกทั้งตามที่กล่าวข้างต้น เขาอาจจะชำนาญในการต่อสู้แบบกรงเหล็ก และสามารถใช้ท่าต่าง ๆ รัวใส่คู่ต่อสู้ได้ แต่สนามนี้จะไม่มีแบบนั้น ทำให้การเดิมพันยิ่งยากเข้าไปอีก

ซึ่งแตกต่างจากเมย์เวเธอร์ที่กำลังใช้ชีวิตในบั้นปลายในอาชีพการเป็นนักมวยแต่แมคเกรเกอร์ก็เป็นคู่แข่งคนสำคัญที่ใคร ๆ ก็ยังอ่านเกมไม่ออก

รู้หรือไม่? ตอนที่แมคเกรเกอร์มีอายุเพียง 17 ปี เขาพ่ายให้กับแกรี่ มอร์ริส ด้วยการต่อย ในยกที่สอง ในรุ่นไลท์เวท จากนั้นเขาก็แพ้นักสู้อย่าง โม เทย์เลอร์ แบบ TKO จากการต่อยอีกด้วย

แต่เกมที่สามของเขา เขายัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับอาร์เตมิจ ซิเทนคอฟ ซึ่งเป็นชัยชนะครั้งแรกในรอบสามเกม โดยการใช้ท่าซับมิตชั่น ซึ่งในช่วงนั้นเขาก็ยังแตกต่างจากฟลอยด์ ซึ่งในช่วงที่เขายังเป็นนักมวยสมัครเล่น เขาพ่ายให้กันนักมวยคนอื่น ๆ จนเขาต้องศึกษาและเรียนรู้ด้วยตัวเองในการป้องกันตัวและการต่อสู้ จนตอนนี้กลายมาเป็นนักมวยที่มีที่สุด

แต่หลังจากเกมนั้น แมคเกรเกอร์ก็เริ่มสร้างชื่อด้วยการเก้บชัยนะได้ถึง 8 ไฟลต์ติดต่อกัน ด้วยพลังจากโจมตีของเขา

มีหลายครั้งที่แมคเกรเกอร์โดนวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการใช้พลังในการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่า แต่เขาก็พิสูจน์ให้ดูด้วยการเอาชนะมาร์คัส บริมาช ในการประเดิมสนามในศึก UFC ในปี 2013

จากนั้นในปี 2015 เขาคว้าแชมป์แรกได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ โชเซ่ อัลโด้ ในศึกฟีเธอร์เวธ ซ฿งเป็นศึกที่ใหญ่ที่สุดในการต่อสู้แบบ MMA โดยใช้เวลาเพียง 13 วินาที ในยกแรกของเกมนั้น

จากนั้นไม่ถึงปี เขาก็เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการ MMA ด้วยการคว้าแชมป์น้ำหนักสองรุ่นเป็นครั้งแรก โดยเอาชนะ เอ็ดดี้ อัลวาเรซ แบบ TKO ด้วยการตปล่อยหมัด

โอเว่น ร็อบบี้ โค้ชของเขากล่าวว่า “เมื่อเขากำลังต่อสู้ในกรงเหล็ก และเอาชนะและคว้าแชมป์ได้สองแชมป์ที่นั่น ซึ่งผุ้คนต่างกล่าวว่า “แน่นอน นี่ไม่ใช่ UFC” เราไปลงแข่งที่ UFC และเริ่มน็อคนักสู้คนอื่น ๆ และผู้คนก็พูดอีกว่า “คุณเอาชนะคนอื่นได้ แต่ไม่มีทางไปถึงแชมป์หรอก” จากนั้นเขาก็ทำให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาทำได้”

Nextbet ให้น้ำหนักการเดิมพันไปที่เมย์เวเธอร์มากกว่าแมคเกรเกอร์ แต่ก็ไม่ได้พูดว่าแมคเกรเกอร์ไม่มีโอกาสชนะนะ

อย่างแรก แมคเกรเกอร์ สามารถเอาชนะทุกคนได้ ซึ่งเขาก็เรียกชื่อฟลอยด์ในทวิตเตอร์ว่าเป็นซีเนียร์สไปแล้ว เพราะเขาอายุ 40 ปี บางทีแค่ต่อยก็อาจจะมีออกอาการบ้าง

อย่างที่สอง อายุของทั้งสองคนต่างกันมาก แมคเกรเกอร์ 29 ปี ส่วนฟลอยด์ 40 ปี ซึ่งถ้าเป็นเมื่อ 5 ปีที่แล้วก็ยังอาจจะดูว่าแกร่งกว่าแมคเกรเกอร์มาก

และตอนนี้แมคเกรเกอร์ก็กำลังสร้างพลังการต่อยของตัวเอง พร้อมกับสรางกล้ามเนื้อเพื่อรองรับแรงกระแทกในศึกครั้งนี้

เหมือนกับนักสู้ 49 คนที่ไม่สามารถเอาชนะฟลอยด์ได้ แน่นอนแมคเกรเกอร์จะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากบนเวทีนั้น แต่ด้วยสายตา พลังของแมคเกรเกอร์ย่อมเหนือกว่าฟลอยด์ เนื่องจากอายุค่อนข้างมาก บางทีกล้ามเนื้อของฟลอยด์อาจจะรับแรงกระแทกแบบที่เคยทำได้เมื่อก่อนไม่ไหวแล้วก็เป็นได้

สุดท้าย เมย์เวเธอร์ ยอมรับว่า “จังหวะการชกของเขาหายไป” เนื่องจากเขาไม่ได้ขึ้นชกมากว่า 2 ปี และด้วยอายุ 40 ปีของเขา ก็อาจจะพริ้วสู้เมื่อก่อนไม่ได้ แต่หลักการโจมตีของเขายังคงอยู่ ดังนั้นฟลอยด์ก็จะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการต่อสู้ 12 ยกสุดท้ายนี้

แมคเกรเกอร์อาจจะดูด้อยกว่า แต่เขาก็มีโอกาสที่จะสร้างโมเมมตั้มเพื่อเก็บชัยชนะในไฟลต์นี้ก็เป็นได้