Share this story

แฟร้งเฟิร์ตพร้อมประจัญหน้ากับดอร์ทมุนตืในรอบชิงชนะเลิศ เดเอฟเบ โพคาล

eintracht-frankfurt-manager-niko-kovac

ไอน์ทรัชท์ แฟร้งเฟิร์ต สามารถเอาชนะโบรุสเซีย มุนเช่นกลัดบัดในรอบรองชนะเลิศด้วยการดวลจุดโทษ 7-6 เสมอในเกม 1-1

หลังจากจบเกมครบ 120 นาที ต่างฝ่ายต่างยิงจุดโทษรวมกันทั้งหมด 16 ครั้งแต่แฟร้งเฟิร์ตทำได้ดีกว่า เอาชนะไป 7-6

ตอนนี้พวกเขาสามารถทะลุเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่อุปสรรคครั้งใหญ่คือการพบกับโบรุสเซีย ดอร์ทุมนต์

แต่ก็ยังดีที่ไม่ใช่บาเยิร์น มิวนิคที่ฟอร์มโหดมาก ๆ แต่ก็พ่ายให้กับทัพเสือเหลืองไป 3-2 ที่สนามอารีอันซ์ อารีน่า

และในวันที่ 27พฤษภาคมนี้ ที่สนามโอลิมเปียสตาดิโอน ณ กรุงเบอร์ลินจะเป็นที่ที่แฟร้งเฟิร์ตจะสามารถเอาเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้สโมสรภายใต้การคุมทีมของนิโค โควัชได้หรือไม่ ก็มีโอกาส 50/50

แฟร้งเฟิร์ตเป็นทีมแรกนับตั้งแต่ปี 2006 ที่เราเอาชนะคู่แข่งด้วยการดวลจุดโทษ โดยพวกเขาเอาชนะมุนเช่นกลัดบัดไป 7-6 เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา

ลูคัส ฮราเดคกี้ นายด่านของแฟร้งเฟิร์ต เป็นคนสำคัญที่พาทีมดวลจุดโทษเอาชนะกลัดบัด โดยสามารถเซฟจุดโทษของอันเดรียส คริสเตียนเซ่น และฌิบริล โซว์

ลูกทีมของโควัชต้องการคว้าแชมป์นี้มาสู่สโมสรให้ได้ ซึ่งจะเป็นการคว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1988

สถิติการพบกัน 5 เกม หลังสุด ในศึกบุนเดสลีก้า แฟร้งเฟิร์ตเอาชนะ 2 เกมในบ้าน และแพ้ดอร์ทมุนต์ไปถึง 3 เกม

และแน่นอนว่าเกมนี้มีความหมายสำหรับแฟร้งเฟิร์ตมาก ๆ ซึ่งถ้าพวกเขาสามารถเอาชนะดอร์ทมุนต์ได้จะมีสิทธิ์ได้ไปเล่นในศึกยูซีแอลในฤดูกาลหน้า

ซ฿งพวกเขาก็รู้ดีว่าการที่จะพาทีมไปจุดเวทียุโรปมันไม่ใช่เรื่อง่ายเลย ในขณะที่ดอร์ทมุนต์ก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่กระหายแชมป์มาก ๆ ซึ่งพวกเขาคว้าแชมป์นี้ครั้งล่าสุดเมื่อฤดูกาล 2011/12 โดยที่พวกเขาเอาชนะบาเยิร์น มิวนิค

หลังจากการคว้าแชมปืในครั้งนั้น พวกเขาก็เป้นรองแชมป์นี้มา 3 ปีติดต่อกัน โดยปีที่แล้ว พวกเขาพ่ายบาเยิร์น มิวนิคด้วยการดวลจุดโทษ 3-4

อีกทั้งตอนนี้แฟร้งเฟิร์ตถูกมองว่าเป็นทีมรอง แต่โควัช กล่าวว่า เขาพร้อมที่จะพาทีมทำทุกอย่างเพื่อการคว้าแชมป์เดเอฟเบ โฟคาลไปครอง แต่พวกเขาก็ต้องขอบคุณชะตาที่ทำให้พวกเขาต้องมาพบกับบาเยิร์น มิวนิคในรอบชิงชนะเลิศนี้ เพราะถ้าพวกเขาเข้ารอบชิงชนะเลิศก็คงยากที่จะเอาชนะพวกเขา

แล้วคุณล่ะ? คิดว่าฝั่งไหนจะเป็นผู้คว้าแชมปืนี้ไปครอง?